[บ้า]วิจารณ์หนัง:Rango

posted on 17 Apr 2011 17:10 by loylalonglenlom
 
 
 
[หนังเรื่องนี้ วิจารณ์ช้า *มาก!!!!* มันออกจากโรงไปแล้วค่ะ 55 เอาไว้เป็นข้อมูลในการเลือกซื้อดีวีดีแล้วกันนะคะ X) ]
 
 
 
 
 
 
 
 
 
RANGO
 
 
 
 
 
 
 
 หนัง ที่โคตรอาร์ต แอบเสิร์ด และเสียงพากย์กระชากใจ^ ^(ได้ข่าวว่าอันหลังนี่ไม่เกี่ยว...) ----หมวกบ้าสถาบัน 55
 
 
 
 
 
 
 
 
♥ ♥
 
 
เส้น สี อารมณ์ เสียง เป๊ะจริงอะไรจริง เอาใจสี่ดวงไปเลย:D
 
 
 
 
 
 
 
 
เรื่องนี้หมวกดูก่อนไปมาเลย์ ก็ประมาณปลายเดือนมีนาค่ะ กว่าจะเขียนรีววินี้ตั้งนานแน่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ...
ก็หนังมัน อาร์ตจนหมวกอึ้งตึ่งโป๊ะไปเลยค่ะ 55 เหมือนจะมีอะไรบางอย่างแฝงอยู่ลึกๆ แต่ก็บอกไม่ถูกว่ามันเป็นอะไร โดยเฉพาะสปิริตออฟเดอะเวสต์ในเรื่องนี่ แอบงงค่ะว่าคลินต์ อีสต์วู้ดมาเกี่ยวอะไรด้วย หมวกเลยโหลด The good The bad and The ugly มาดูค่ะ แล้วก็ดู Rango ไปสองรอบเพราะอยากเข้าใจเรื่องมากขึ้น
เป็นอันว่า รีวิวเลยออกมาช้าก็เพราะงี้ล่ะค่ะ (อีกอย่างก็คือหมวกไปอยู่บ้านป้ามาสองสัปดาห์ที่แล้ว บ้านนั้นไม่มีคอมไม่มีเน็ต เลยไม่ได้เขียนรีวิวเลยค่ะ55)
 
หมวก รอดูหนังเรื่องRANGO  หรือถ้าพูดให้ถูกคือรอฟังเสียงพากย์ของลุงเดปป์ มานานตั้งแต่ต้นปีที่แล้วที่เค้าว่าจะมีหนังเรื่องนี้ล่ะค่ะ รายละเอียดหนังไม่รู้อะไรมาก แต่ถูกชะตากับลายเส้นเจ้ากิ้งก่าแรงโก้ กับบทพูดตลกๆ (และเสียงลุงเดปป์) มากจนปักธงไว้ว่าเข้าเมื่อไหร่ไปดูแน่นอนแล้วRANGO ก็ไม่ทำให้หมวกผิดหวังเลยค่ะ ^ ^
 
ใครที่สนใจ หนังแอนิเมชั่นแนวตะวันตก คาวบอย แฝงแนวคิด ติสต์แตก เรื่องนี้หมวกไม่ชัวร์ว่ามันออกไปครบทุกโรงรึยัง แต่น่าจะครบแล้วนะ ก็นานอยู่เนอะ... งั้น รอดีวีดีก็แล้วกันค่ะ 
 
หมวก รู้ว่าหลายๆคนอยากฟังเสียงลุงเดปป์ (เป็นจุดขายของเรื่องนี้เลย55เพราะเทรลเลอร์แทบไม่บอกอะไรเราเท่าไหร่) แต่หมวกลองฟังพากย์ไทยดู ถือว่าค่อนข้างดีเลยค่ะ ^ ^
ให้อารมณ์ ความรู้สึกดี ดูไม่ดัดจริตเหมือนหนังพากย์บางเรื่อง บทแปลก็เยี่ยมค่ะ คารวะหนึ่งจอก~
โอเค งเกริ่นมานานแล้ว งั้นเราเข้ารีวิวกันเลยดีกว่าค่ะ ...
 
 
 
 
 
เนื่อง จากคราวนี้รีวิวช้า หนังออกจากโรงไปแล้ว หมวกจึง เขียนแค่รายละเอียดหนัง กับเล่าเรื่อง วิเคราะห์เรื่อง โดยจะไม่แบ่งเขตสปอยล์นะคะ เพราะถ้าคุณไม่ไปดูในโรง... แปลว่าคุณต้องเตรียมใจโดนสปอยล์มาอยู่แล้วนั่นแหละ ฮี่ๆ
 
 
 
 
 
ประเดิมด้วย โปสเตอร์กับเทรลเลอร์หนังเหมือนเคยค่ะ
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 

 

Rango Poster 
 
 
ไม่รู้ทำไม ชอบลายเส้นเรื่องนี้มากนัก >w<

 
 
 
 
ชื่อ  แรงโก้
 
ชื่ออังกฤษ RANGO
 
เรท: ทั่วไปค่ะ เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี ถึงแม้ว่าหมวกจะค่อนข้างเชื่อว่ามันไม่ใช่หนังสำหรับเด็กก็เถอะ แต่เด็กๆดูคงไม่คิดมากหรอกมั้ง :)
 

สถานที่: ทั้งเครือ Major และ SFX ค่ะ แต่ตอนนี้ออกโรงไปหมดแล้ว คงต้องหาซื้อหาเช่า ไม่ก็โหลดบิทล่ะค่ะ ...
 
 
 
รอบ:ตอนนี้หนัง ออกโรงแล้วค่ะ...
 
 
ค่าใช้จ่าย:ดูหนังSFX วันพุธเสียหกสิบบาทค่ะ จองที่นั่งทางเน็ตได้ ราคาเดียวกันกับจองหน้าโรง เพราะถึงในคอมจะเขียนว่าห้าสิบ แต่พอไปรับบัตรต้องเสียอีกสิบบาท เท่ากับราคาหน้าโรงพอดี แต่ได้ที่นั่งดีกว่าค่ะ
 
 
 
เริ่มต้น :10 มีนาคม 2011ค่ะ ออกโรงไปแหล่ว ; _ ;


 
 
ค่ายหนัง: Paramount Picture ค่ะ
 
 
ผู้กำกับ: กอร์ เวอร์บินสกี   (Gore Verbinskii) คนเดียวกับที่กำกับไพเรทออฟเดอะแคริบเบียน และ เดอะริงค่ะ
 

ผู้แต่ง: จอห์น โลแกน (John Logan) คนนี้ทำสกรีนเพลย์เรื่อง สวีดนี่ย์ ทอดด์ค่ะ (กรี๊ดกร๊าดหนังเรื่องนี้มาก~)   
 

 
นักแสดงนำ: กิ้งก่าแรงโก้ ให้เสียงโดย จอห์นนี่ เดปป์ ค่ะ ส่วนกิ้งก่าสาว บีนส์ ให้เสียงโดย อิซล่า ฟิชเชอร์ นักแสดงนำจากเรื่อง The Confession of the shopaholic (เรื่องนี้ตลกและน่ารักมากค่ะ ^ ^ ชอบบุคลิกคุณ อิซล่ามาก!)  แต่ตัวละครที่หมวกชอบมากน่ะ คือหนูน้อยPriscilla ตัวนี้ค่ะ
 
 

แบบว่า ชอบตามันม๊ากมาก~
 
 
จุดกระตุก ต่อมอยากรู้อยากเห็น : อันดับแรกคือ จอห์นนี่ เดปป์ค่ะ ก่อนหนังฉายซักสัปดาห์มีเบื้องหลังการถ่ายทำให้ดูด้วย  ผู้กำกับเค้าให้นักพากย์ แสดงตามบทที่ตัวแอนิเมชั่นเล่นค่ะ เพื่อให้ได้เสียงที่สมจริงถึงอารมณ์ แถมหมวกยังสังเกตด้วยว่า แววตาของตัวการ์ตูน รวมทั้งสีหน้าท่าทางเนี่ย เหมือนจริงสุดๆ เข้าถึงอารมณ์ความรู้สึกตัวละครต่างๆได้เลยค่ะ เยี่ยมจริงๆ! 
 
 
                           
 
 
อันดับที่สองคือ ผู้ประพันธ์เพลงประกอบภาพยนตร์คือ คุณHans Zimmer คุณคนนี้หมวกปลื้มเค้ามานานแล้วค่ะ เค้ากำกับเพลงทั้งของ Sherlock Holmes  Pirate of the Carribean Kungfu Panda และ Inception ค่ะ
ที่สำคัญคือ เทรลเลอร์มันไม่ค่อยบอกอะไรมาก แนวเรื่องรู้แค่ว่าเป็นการผจญภัย อารมณ์แนวคาวบอย หมวกโดนฉาก สีสัน และลายเส้นดึงดูดเข้ามาล้วนๆเลยค่ะ :)
 
 
 
 
 ตบท้ายด้วย เบื้องหลังการถ่ายทำนิดหน่อยค่ะ :)
 
 
 
 
 
วิเคราะห์ เรื่อง + เรื่อง(ไม่) ย่อ...
 
 
 
 
 
 
แรงโก้ เป็นกิ้งก่าเลี้ยงที่ใช้ชีวิตอยู่ในกล่องกระจก กำกับบทละครเล่นตัวคนเดียวกับปลาไขลาน และตุ๊กตาผู้หญิงไม่มีหัวฆ่าเวลาค่ะ โดยที่ตัวมันเองนึกเพ้อไปว่า มันคือนักแสดงที่ยิ่งใหญ่ ...
 
แต่ขณะที่มัน กำลังโดยสารข้ามถนนที่ตัดผ่านทะเลทรายไปกับรถเจ้าของ มันเล่นละครเรื่องเจ้าหญิงที่ตัดสินใจจะดื่มยาพิษปลิดชีพตัวเอง และก็ได้พบกับปัญหาของละครที่มันแต่ง ...ตัวละครไม่ชัดเจน... ไม่มีคอนฟลิค...
 
ใช่แล้วค่ะ ชีวิตแรงโก้มันไม่เคยเจอคอนฟลิค หรือปมปัญหา ...มันเกิดตะหงิดในหัวใจขึ้นมาว่า WHO AM I มันเป็นใคร... เป็นใครกันแน่   ซึ่งด้วยเลือดนักแสดง แรงโก้ตอบตัวเองในตอนนั้นว่า I CAN BE ANYONE... ฉันจะเป็นใครก็ได้
 
ในจังหวะที่มัน ตรัสรู้เรื่องนี้ รถของเจ้าของมันก็หักหลบตัวนิ่มที่เดินข้ามถนนกะทันหันค่ะ ทำให้ตู้กระจกที่มีแรงโก้อยู่ข้างในถูกเหวี่ยงตกพื้นถนน แตกกระจาย...และชีวิตของกิ้งก่าที่ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโลกภายนอกมาก่อนก็ ได้เริ่มการผจญภัยในเวิ้งทะเลทราย เพื่อเอาตัวรอด และ ค้นหาคำตอบโดยไม่รู้ตัวว่า เขาคือใครค่ะ
 
เมื่อเจ้า กิ้งก่าตกลงมาที่พื้นและตระหนักได้ว่ารอบตัวมันไม่ใช่ที่ที่จะอยู่ได้อย่าง ผาสุกอีกแล้ว มันก็ได้พบว่า ใกล้ๆ มีตัวนิ่มชราถูกรถทับผ่าครึ่งค่ะ (หมวกอึ้งไปเลยตอนเห็นสภาพมัน...อันที่จริง ไม่รู้จะช็อคหรือจะขำดีค่ะ...55)
ตัวนิ่มบอกกับแรงโก้ว่ามัน กำลังจะไปอีกฟากหนึ่ง The west side ไปทางตะวันตก เพื่อไปพบกับ จิตวิญญาณแห่งตะวันตกค่ะ แรงโก้ถามมันว่า แล้วทำไมไม่รอจนกว่ารถจะหมดก่อนแล้วค่อยข้ามไปล่ะ แต่ตัวนิ่มบอกว่า มันไม่ง่ายอย่างที่คิด
 
 
Roadkill: I must get to the other side.
Rango: Why don’t you just wait until there are no cars coming?
Roadkill: It’s not so easy as it looks.
Rango: The what?
Roadkill: It’s a metaphor.
 
                      
 
 
 
บทภาพยนตร์เรื่องนี้ มีความนัยแฝงอยู่ตลอดเลยค่ะ ตั้งแต่ฉากแรก ที่กล่าวว่าเรื่องทุกเรื่องต้องการฮีโร่...
และการรู้จักลักษณะของสปิริตออฟเดอะเวสต์ ที่ตัวนิ่มชราบอกว่า
 
 
Roadkill: This is my quest. He waits for me.
Rango: Wha…who?
Roadkill: The Spirit of the West, amigo. The one! They say he rides an alabaster carriage with golden guardians to protect him.
Rango: What are…what are you talkin’ about?
Roadkill: Enlightenment. We are nothing without it.
Rango: Nothing?! Your delusional quest just ruined my life! I had an incredibly complex social network going! Highly sophisticated friends! I was very popular!
Roadkill: Friends? I don’t see no friends.
Roadkill: You are a very lonely lizard.
 
 
 
 
 
แก่นของเรื่อง นี้ หมวกคิดว่ามันเป็นการค้นหาตัวเองของกิ้งก่าที่แต่ก่อนชีวิตได้แต่เพ้อพก เขียนบทละครให้ตัวเองอยู่แต่ในตู้กระจก ทำให้ตัวเองรู้สึกมีความสำคัญ แต่ทั้งหมดนั้นไม่ใช่ชีวิตที่แท้จริงเลย ความจริงแล้ว มันโดดเดี่ยว ไม่รู้จักตัวเอง และไม่รู้ว่ามันจะต้อง*ค้นหา*ตัวเองด้วยซ้ำ!
 
หลังจากที่ตัว นิ่มผู้ชอบพูดจาเป็นปริศนาแซะตัวเองออกจากถนนได้แล้ว มันชี้แนะแรงโก้ที่กำลังค้นหาน้ำว่า ก่อนจะเจอน้ำ มันต้องเริ่มจากดิน ( Dirt )เสียก่อน... นั่นก็คือ แรงโก้ต้องเริ่มการผจญภัยที่หมู่บ้าน ดิน
 
ระหว่างเดินทาง ข้ามทะเลทราย มันต้องพยายามหนีเอาตัวรอดจากเหยี่ยว และความร้อนระอุ ตอนกลางคืนแรงโก้ฝันร้าย ความจริงที่ว่ามัน เป็นกิ้งก่าที่โดดเดี่ยว ทำให้แรงโก้สะดุ้งตื่นขึนมา และพบว่าท่อระบายน้ำที่มันอาศัยนอนพักแรมนั้นมีน้ำทะลักออกมามากมาย 
 
 
 
 
             
 
 
 
แรงโก้ได้พบกับ กิ้งก่าสาวชื่อบีนส์ ที่กำลังขับเกวียนกลับหมู่บ้านและขอติดรถเธอไปด้วย
ที่หมู่บ้านดิน กำลังประสบปัญหาขาดน้ำอย่างหนักค่ะ ขณะที่แรงโก้กำลังพยายามศึกษาพฤติกรรมชาวเมือง หรือพยายามจะหลิ่วตาตามเมืองตาหลิ่ว บีนส์ก็พยายามแก้ปัญหาของเธอเองเช่นกันค่ะ เธอเข้าไปพบนายแบงค์ประจำเมือง ซึ่งเป็นเพื่อนของพ่อเธอที่หายสาบสูญไปนานแล้ว เพื่อปรึกษาเรื่องภาวะขาดน้ำของไร่เธอ นายแบงค์จึงเปิดเผยให้เธอรู้ว่าคลังน้ำที่ปกติชาวเมืองต้องเอามาฝากนั้น ร่อยหรอลงไปมากแล้ว (เมืองของสรรพสัตว์ในทะเลทรายมีธนาคารไว้ฝากน้ำกันค่ะ...บรรเจิดจริงๆ...^ ^) นับว่าเป็นปัญหาใหญ่จริงๆ 
บีนส์จึงไปพบท่านผู้ว่าตามคำแนะนำของนาย แบงค์ค่ะ และก็ต้องโมโหกลับมาเพราะผู้ว่าเสนอให้เธอขายที่นั้นซะ แน่นอนว่าเธอไม่ยอมขายที่ดินของพ่อ ยิ่งไปกว่านั้น บีนส์เริ่มสงสัยท่านผู้ว่าเต่า ซึ่งดูจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรกับภาวะขาดน้ำนี้ ว่ากำลังมีแผนอะไรสักอย่าง หรือไม่ เขานั่นแหละที่เป็นตัวการให้เมืองขาดแคลนน้ำ!
 
 
 
แรงโก้สวนกับเธอ ขณะที่เขาจะเข้าพบท่านผู้ว่า...
 
 
 
ก่อนหน้านี้ กิ้งก่าต่างถิ่นได้ก่อวีรกรรมในบาร์เหล้าค่ะ... เริ่มจากการป้องกันตัว ด้วยการโมเมว่าตัวเองมาจาก *ฝั่งตะวันตก* ที่ คนที่นั่นฆ่ากันก่อนอาหารเช้าเพื่อเรียกน้ำย่อย และโม้ว่ามัน คือ*แรงโก้* ผู้ฆ่าพี่น้องเจนกิ้นส์ เจ็ดคนด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว...
 
(แรงโก้ไม่ใช่ ชื่อของกิ้งก่าตัวนี้ตั้งแต่แรกนะคะ มันตั้งชื่อของมันเองจากฉลากขวดเหล้า DURANGO --ถ้าหมวกจำไม่ผิด -- ตอนที่ถูกถามว่าเป็นใครมาจากไหนนั่นแหละค่ะ...แรงโก้เชื่อว่า มันคือนักแสดง มันสามารถเป็นใครหรืออะไรก็ได้ ดังนั้นมันเลยโม้ได้คล่องเชียวค่ะ ถึงวีรกรรมกล้าหาญที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย...=_=)
 
 
 
เพราะความซวย แรงโก้จึงมีเรื่องกับเจ้าถิ่นแถวนั้นเข้าโดยไม่เจตนา ทั้งสองออกไปดวลปืนกันข้างนอก และด้วยความโคตรซวยของมันอีกครั้ง ... เหยี่ยวมาค่ะ...
 
แรงโก้ ---ซึ่งคู่ดวลปืนมันวิ่งหนีเหยี่ยวไปเรียบร้อยแล้ว-- วิ่งหลบเหยี่ยวตะเลิดเปิดเปิงอยู่คนเดียวค่ะ ขณะที่ชาวเมืองคนอื่นๆหลบอยู่ในบ้าน เป็นพยานรับรู้วีรกรรมหนีตายของมันโดยเข้าใจผิดว่า แรงโก้ผู้ยิ่งใหญ่กำลังท้าทายเหยี่ยว นักล่าเจ้าถิ่นที่ใครๆต่างหวาดกลัวอยู่ค่ะ
 
 
โชคกลับเข้าข้างแรงโก้แบบฟลุ๊คๆอีก ครั้ง เมื่อเขาจนตรอก และเลือกยิงกระสุนนัดนึงใส่เหยี่ยว แต่พลาด กระสุนกระดอนไปชนนู่นนี่และจบที่ชนเสาถังเก็บน้ำของเมืองหล่นโครม ถังเก็บน้ำปประจำเมืองที่แห้งแล้ง จะเก็บอะไรได้มากไปกว่าเศษหินกับทรายล่ะคะ ? ถังหนักๆนั่นเลยทับเหยี่ยวตายแหงแก๋อยู่กับพื้น  แรงโก้กลายเป็นวีรบุรุษพิชิตเหยี่ยวได้ด้วยกระสุนนัดเดียว... แน่ซะยิ่งกว่าฆ่าพี่น้องเจนกิ้นส์ซะอีก ชาวเมืองจึงพร้อมใจให้เขาเข้าไปพบท่านผู้ว่า และรับตำแหน่งSheriff หรือนายอำเภอเมืองค่ะ 
 
 
นายอำเภอแรงโก้ กลายเป็นความหวังใหม่ และความหวังเดียวของเมืองที่ใกล้สิ้นหวังแห่งนี้อย่างเบลอๆ...
 
หมวกชอบคำพูดนึง ของท่านผู้ว่าเต่ามากค่ะ ตอนที่แรงโก้เข้าพบ ผู้ว่าได้พูดคีย์เวิร์ดที่เป็นจุดสำคัญของเรื่องไว้สองอย่างคือ หนึ่ง... ผู้ที่ควบคุมน้ำได้ ย่อมครอบครองทุกสิ่ง
 
 
 
 
Water, Mr Rango. Water. Without it, there’s nothing but dust and decay. But with water, there’s life. [he drops a droplet of water into his aquarium and suddenly the insects surround the droplet] Look at them. So desperate to live, that they’ll follow it anywhere. That’s the immutable law in the desert. You control the water and you control everything.


เหมือน จะบอกเป็นนัยๆถึงแผนการร้ายของอีตาผู้ว่าเฒ่าที่แรงโก้จะต้องสืบสาวไป เรื่อยๆตลอดเรื่องเลยค่ะ ประเด็นที่สองคือ คนเราต้องมีความเชื่ออะไรสักอย่าง ถึงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้... หมวกเห็นด้วยสำหรับข้อนี้สุดหูรูดเลย
 
 
 
[watching the people of the town from his balcony]
You see them, Mr Rango? All my friends and neighbors. It’s a hard life here. Very hard. Do you know how they make it through each and everyday? They believe. They believe it’s going to be better. The believe that the water will come. They believe against all odds and evidence that tomorrow will be better than today. [he opens a wooden box which contains Sheriff badges] People have to believe in something. Right now, they believe in you.


 
ตอนนี้ แรงโก้ยังไม่เข้าใจหรอกค่ะว่าผู้ว่าหมายถึงอะไร...ตอนที่มันยังอยู่ในตู้ กระจก ความเชื่อที่ทำให้แรงโก้อยู่ต่อไปได้คือ มันเชื่อว่าตัวเองเป็นคนดังที่เต็มไปด้วยเพื่อนมากมาย(ต้นมะพร้าวพลาสติค ปลาไขลาน ตุ๊กตาเสียหัวและแมลงสาบตาย...) เชื่อว่าตัวเองคือฮีโร่...แต่โลกใบเดิมของมันได้แตกสลายในชั่วพริบตา เหมือนเศษกระจกที่แตกเพล้งกลางถนนค่ะ... ชีวิตกลายเป็นความเวิ้งว้างของทะเลทราย
มันไม่เหลืออะไรเลย แต่ยังเหลือความเชื่อที่ว่า มันคือ *แรงโก้* ฮีโร่ทะเลทราย ผู้สามารถเป็นได้ทุกอย่าง และทำได้ทุกอย่างเช่นกัน..
 
ภารกิจแรกของแรงโก้ในฐานะนายอำเภอคือ การ เฝ้ายามน้ำที่เหลือในธนาคารค่ะ
ทุกๆวันพุธ ชาวเมืองจะต้องไปรวมตัวกันหน้าก๊อกขนาดมหึมา ผู้ว่าจะทำหน้าที่ไขก๊อกด้วยวาวน้ำอันศักดิ์สิทธิ เพื่อแจกจ่ายน้ำกันค่ะ แต่คราวนี้ สิ่งที่ออกมาไม่ใช่น้ำ แต่เป็นโคลนเหนียวๆ
น้ำถูกตัดขาดจาก ที่นี่อย่างสมบูรณ์...
 
แรงโก้ เฝ้ายามธนาคารแทบจะทั้งคืน ด้วยความซื่อบื้อของมัน ทำให้มันไม่รู้ตัวว่า หนูแปลกหน้าสามตัวที่ขุดดินมาโผล่กลางเมืองตอนกลางคืน คือโจรขโมยน้ำ ซ้ำร้าย มันยังบอกทางให้โจรรู้ว่าธนาคารอยู่ไหนด้วยซ้ำ
 
แต่แรงโก้ก็ พยายามแก้มือด้วยการออกตามหาคนร้ายค่ะ เขารวมพลชาวบ้านผู้กล้ากลุ่มนึง ประมาณหกเจ็ดคน... เอ่อ..ตัว... หนึ่งในนั้นแน่นอนว่าต้องมี กิ้งก่าบีนส์อยู่ชัวร์ๆค่ะ  เธอต้องการติดตามเขาไปสืบเบาะแสน้ำที่หายไปแบบมีเงื่อนงำ
 
 
 
 
 
                    
 
 
 
 
ตลอดเวลาที่สืบ หาคนร้าย แรงโก้เหมือนจะกำลังสนุกอยู่ค่ะ หมวกคิดว่าเขายังแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริง แรงโก้ในตอนนี้คือสภาพของคนที่หลงละเมออยู่ในฝันเฟื่องๆของตัวเองว่าตนคือ ฮีโร่ และทำได้ทุกสิ่งอย่าง
ชื่อเสียงของเขาได้มาง่ายไป มันก็เหมือนบทละครที่ไม่มีคอนฟลิคของเขานั่นแหละค่ะ..ราบรื่น ฉลุย แต่ว่างเปล่า...
 
หนึ่งในคณะสำรวจของแรงโก้พบนายแบงค์ตาย ปริศนาอยู่กลางทะเลทราย หมอกระต่ายที่ติดตามคณะมาด้วยวินิจฉัยว่าเขาจมน้ำตายกลางทะเลทราย รอบๆศพมีรอยเท้าชื้นๆ ประทับอยู่... นายอำเภอแรงโก้เจอเงื่อนงำสำคัญเข้าแล้ว!
 
พวกเขาตามรอยหนูแปลกหน้าตัวหนึ่งที่ ขับเกวียนบรรทุกขวดน้ำห่อผ้าเข้ามาในหุบเขา
หนูนักขโมยสามตัวนั้นนั่นเอง!
 
เพื่อจะฉกเอา น้ำคืนมา แรงโก้วางแผนให้คณะเดินทางปลอมตัวเป็นคณะละครเร่ที่เดินทางผ่านมา เป็นการหันเหความสนใจหนูทั้งสาม ทว่า การชิงน้ำไม่ได้ทำได้ง่ายๆ
เพราะในหุบเขา นั้น ไม่ได้เป็นที่อาศัยของหนูเพียงแค่สามตัว แต่มีเป็นกองทัพ!!!
 
กองทัพหนูขี่ ค้างคาว เปิดศึกกับคณะเดินทางจากเมืองดินอย่างดุเดือด แอคชั่นตอนนี้สนุกมากค่ะ 55
ขนาดเสี่ยงตายอยู่แรงโก้ก็ยังดูเล่นๆอยู่ เลยค่ะ หมอนี่ตื่นยากจริงๆ ;D  ฉากนี้ภาพสวยและน่าตื่นเต้นจริงๆ คนออกแบบฉากมีจินตนาการดีทีเดียวค่ะ...
 
ทว่าถังน้ำที่ช่วงชิงมาได้กลับว่าง เปล่า...ไม่มีอะไรเหลือตั้งแต่แรกแล้วค่ะ พอดีว่าหนูตัวนึงในสามตัวนั้นไปเจอมันตกอยู่กลางทะเลทราย เลยเก็บมาให้พรรคพวกดู (ซึ่งมันก็โดนหัวหน้าตบโทษฐานเก็บของไร้ประโยชน์มาทำให้พี่น้องมันต้องยกพวก สู้กับแรงโก้อย่างไม่มีเหตุผลค่ะ...แอบเสิร์ดจริงๆหนังเรื่องนี้..) ตอนนี้เื่เรื่องก็ชักไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว  กลายเป็นว่ามีคนขโมยน้ำตัดหน้าหัวขโมยต่างเมืองไปก่อนแล้ว  (ทั้งๆที่แรงโก้ก็เฝ้าตรวจอยู่หน้าแบงค์นั่นแหละ) ไหนจะนายแบงค์โดนฆ่าอยู่กลางทะเลทราย พร้อมทั้งรอยรองเท้าเปียกข้างตัวเขาด้วย
 
แรงโก้จับหนูทั้งสามตัวกลับมายัง เมือง โดยไม่มีน้ำกลับมาด้วย...
 
เขาและผู้ว่าไปตีกอล์ฟด้วยกัน... แรงโก้สังเกตเห็นรองเท้าที่เลอะดินโคลนสีแดง เหมือนดินที่อยู่รอบๆศพนายแบงค์ เขาได้พูดแสดงให้เห็นว่าไม่ไว้ใจท่านผู้ว่า และปรักปรำเป็นนัยๆว่าผู้ว่าอยู่เบื้องหลังความเดือดร้อนของชาวเมือง  ผู้ว่าบอกแรงโก้เป็นนัยอีกครั้งถึงการอำนาจที่จะได้จากการเป็นผู้ควบคุมน้ำ เขามีแผนจะสร้างเมืองใหม่ที่ศิวิไลซ์กว่าเก่า เมืองที่ทำให้ยุคของคาวบอยและมือปืนหมดไป! เมืองที่เขา คือผู้ครองอำนาจสูงสุด ด้วยการเป็นเจ้าของระบบนำเข้าน้ำจากท่อส่งน้ำใหญ่ของเมือง(มนุษย์) อันมีค่าหายาก !
 
แรงโก้ปฏิเสธที่จะร่วมมือ และตั้งท่าว่าจะเดินหน้าเล่นงานผู้ว่า
เขากลับมายังเมืองอีกครั้ง และกำลังวางแผนหาน้ำให้ชาวเมือง ทว่า... แจ็ค นักฆ่างูหางกระดิ่ง ได้เดินทางมายังเมืองเพื่อกำจัดแรงโก้ ตามที่ผู้ว่าจ้างวานมา
แจ็คเปิดเผยความ ลับของแรงโก้ว่า เขาไม่ได้เป็นคนกล้าอย่างที่ชาวเมืองคิด ที่จริงแล้ว เขาไม่มีค่าอะไรพอให้เป็นความหวังของใครเลย นอกจากเป็นแค่กิ้งก่าปลิ้นปล้อนหลอกลวงตัวหนึ่ง ที่ไม่รู้มาจากไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใคร
 
คำพูดของแจ็ค คือความจริงที่แรงโก้พยายามหลบซ่อน ไม่ใช่แค่จากชาวเมืองและเพื่อนๆที่มีตัวตนจริงของเขาเท่านั้น แต่เป็นสิ่งที่เขาพยายามซ่อนจากตัวเองมาตลอด  การฉีกหน้าของแจ็ค ทำให้แรงโก้ได้สติ และกลับมาสู่คำถามที่พยายามหลบเลี่ยงมานานว่า เขาคือใครกันแน่...
ไม่ใช่ว่าเขาคือ อะไรก็ได้เป็นใครก็ได้ แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่ใครเลยสักคน ไม่มีค่าอะไร ไม่มีความเชื่อความศรัทธาอะไรให้ยึดเหนี่ยวอีกต่อไปค่ะ
 
สภาพแรงโก้ที่ พ่ายแพ้ต่อแจ็ค งูหางกระดิ่งนั้น ไม่ใช่สภาพของคนที่กลัวตาย แต่เป็นสภาพที่แย่ยิ่งกว่าคือ ผิดหวังในตัวเองค่ะ เขาไม่เหลืออะไรแล้ว เมื่อความเชื่อหายไป ความกล้าก็หายไปด้วย
 
เขาเดินข้ามทะเลทรายจากเมืองไปอย่าง ว้าเหว่ และข้ามถนนสายเดิมไปยังฝั่งตะวันตกอย่างหมดอาลัยตายอยาก และหมดสติไป แมลงทะเลทรายได้ผุดขึ้นจากดินแล้วช่วยกันหามเขาไปพบจิตวิญญาณแห่งตะวันตก(The Spirit of the West)ค่ะ
และ นี่คือหนึ่งในคำพูดที่น่าสนใจที่สุดของเรื่องนี้ เรียกได้ว่าเป็นแก่นของเรื่องก็ว่าได้ค่ะ ^ ^
 
 
 
Rango: What are you doin’ out here?
Spirit of the West: Searchin’. Same as you.
 
Rango: I don’t even know what I’m lookin’ for anymore. I don’t even know who I am. They used to call you the man with no name.
Spirit of the West: These days they got a name for just about everything. Doesn’t matter what they call you. It’s the deeds makes the man.
 
Rango: Yeah, but my deeds just made things worse. I’m a fraud! I’m a phony! My friends believed in me, but they need some kind of hero.
Spirit of the West: Then be a hero.
 
Rango: Oh, no! No! No! You don’t understand. I’m not even supposed to be here.
Spirit of the West: That’s right. You came a long way to find somethin’ that isn’t out here. Don’t you see? It’s not about you. It’s about them.
 
Rango: But I can’t go back!
Spirit of the West: Don’t know that you got a choice, son.
[he draws a square on a piece of glass]
 
Spirit of the West: No man can walk out on his own story.
 
 
ไม่มีใครสามารถเดินออกไปจากเรื่องของตนเองได้... นั่นแหละคือชีวิตคนล่ะค่ะ
 
ต่อให้มันจะมาโดยไม่ทันตั้งตัว แบบแรงโก้ที่อยู่บนรถดีๆก็หล่นปุลงมาคลุกฝุ่นทะเลทราย
มันไม่มีข้ออ้างให้พูดหรอกค่ะว่า ฉันไม่ควรจะต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ
ฉันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้
ฉันไม่ควรต้องมาเจอแบบนี้
ฉันไม่ใช่ฮีโร่ไม่ควรถูกใครคาดหวังหรือนับถือว่าเป็นฮีโร่ด้วยซ้ำ
 
เพราะความจริงคือตัวมันเอง หรือไม่ว่าจะใครก็ตาม ไม่ใช่คนกำหนดทุกอย่างด้วยตนเองค่ะ คนอื่นต่างหากที่ผลักดันให้เราก้าวไป และไม่ว่าเราจะเชื่อว่าเราเป็นอะไร เราก็ยังเป็นตัวเองอยู่นั่นแหละค่ะ
 
ประเด็นคือ ไม่ว่ามันจะเป็นใคร มันก็คือตัวเอง ที่กำลังดำเนินชีวิต อยู่ในเรื่องของตัวเอง และจะหนีจากความจริงตรงนี้ก็ไม่ได้ซะด้วย
 
สิ่งที่แรงโก้หามาตลอดคือตัวเอง... ตัวมันเป็นใคร ฉันคือใคร? คำตอบไม่ได้อยู่ข้างนอกแต่อยู่ที่ตัวมันเอง
มันเป็น ในสิ่งที่มันทำ It’s the deeds makes the man.
 
หมวกคิดว่าการหาน้ำ ของแรงโก้ก็เหมือนกับการหาตัวเองค่ะ ไม่แน่ใจว่าคนแต่งตั้งใจให้มันเป็นสัญลักษณ์แฝงอะไรมั้ย แต่ คำใบ้ที่ว่า จะหาน้ำได้ ต้องเริ่มจากดิน(If you want to find water, you must first find dirt.) และ เมื่อไม่มีน้ำ ที่นี่ก็เป็นเพียงฝุ่นดิน ไร้ค่า(Water. Without it, there’s nothing but dust and decay.)
 
ขณะที่น้ำสื่อถึงความหวังและความเชื่อ ดินก็น่าจะสื่อถึงร่างกาย หากไม่มีความหวังหล่อเลี้ยง ชีวิตก็ไร้ความหมาย
การข้ามฟากไปยังตะวันตก ตามที่ตัวนิ่มชราบอกคือ ข้ามเพื่อพบสัจธรรม หรือ Enlightment เมื่อข้ามไปได้แล้วจึงจะพบ*น้ำ*  ทั้งน้ำจริงๆ และน้ำแบบอุปมาค่ะ ^ ^ เช่นเดียวกับที่ตัวนิ่มชราได้กล่าวไว้แต่แรกว่า การข้ามฟากไปสู่ enlightment นั้นมัน... *ไม่ง่ายอย่างที่เห็น ...หมายถึงอุปมาน่ะนะ* (หมวกว่าการข้ามฟากจริงๆของตัวนิ่มมันก็ไม่ง่ายอย่างที่เห็นเหมือนกันล่ะค่ะ ไม่ใช่แค่อุปมาหรอก55)
 
แรงโก้พบจิตวิญญาณแห่งตะวันตกแล้ว เขารู้แน่ชัดถึงคำตอบที่หามาตลอด เมื่อความเชื่อของตนถูกเติมเต็ม เขาก็มีความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับอะไรก็ตามแล้วล่ะค่ะ
 
ชัดเจนว่าตัวเองเป็นใคร...
 
เหมือนที่หนังทั้งเรื่องพยายามหยอดบทพูดเป็นนัยๆมาตลอด
เมื่อรู้แน่แล้ว แรงโก้ก็ได้ตัวนิ่มเพื่อนเก่าช่วยพาไปดูท่อส่งน้ำใหญ่ที่ส่งน้ำเข้าเมือง มนุษย์ค่ะ ด้วยความช่วยเหลือของต้นกระบองเพชรเดินได้ด้วย :)
 
 
 
 
 
แรงโก้ไปพบกับฝูงหนู ที่เคยเป็นคู่ปรับเก่าตอนศึกชิงน้ำ เพื่อขอให้ร่วมมือช่วยจัดการผู้ว่า ซึ่งจะเป็นการช่วยหนูทั้งสามที่แรงโก้จับมาให้พ้นจากข้อหาขโมยน้ำ และการเป็นแพะรับบาปในความชั่วร้ายทั้งหมดที่ผู้ว่าเป็นคนก่อด้วย  ฝูงหนูตกลง แรงโก้จึงกลับเมืองมาเพื่อท้าแจ็ค งูหางกระดิ่งดวลปืนนัดเดียวค่ะ
 
   เรื่องจะเป็นอย่างไรนั้น ....หมวกขอไม่เล่าแล้วกันค่ะ แค่นี้ก็สปอยล์แหลกลาญมากมายแล้ว
เอาเป็นว่า รับรองว่าเรื่องนี้เจ๋ง และสนุกมากค่ะ หมวกชอบ^ ^
เพลงก็เพราะ (แหม ระดับ Hans Zimmer แล้วอ่ะนะ...)อ้อ ... หมวกปลื้มนกฮูกที่เล่นดนตรีประกอบตลอดเรื่องจริงๆค่ะ มันน่ารักน่าหยิก และตลกจริงๆ  พยายามเล่าเรื่องให้วีรบุรุษตายตลอด แต่แรงโก้ก็ไม่ตายซักที 55
อุ๊บส์.... เผลอหลุดไป >w<
 
 
 
                          
หล่อบาดทรวงในจริงๆ 55
 
 
คนเขียนเรื่องนี้ก็กวนเหลือใจค่ะ จิตวิญญาณแห่งตะัวันตก ตอนแรกหมวกนึกว่า ไม่พระเจ้า ก็ผู้กำกับหนังล่ะค่ะ
แต่กลายเป็นคลินต์  อีสต์วู้ดนั่งรถกอล์ฟ พร้อมรางวัลในตะกร้ารถ กอล์ฟ4รางวัล (คลินต์เคยเป็นแคดดี้กอล์ฟก่อนเข้าวงการค่ะ แล้วในช่วงว่างๆเค้าก็เป็นโปรกอล์ฟด้วย55 ...หมวกงงว่ามันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย สงสัยจะเป็นมุก...O_O) แถมคลินต์ ยังได้รับรางวัลสี่รางวัลของ Academy Awards จากหนังเรื่อง Million Dollars Baby หมวกไม่แน่ใจว่าถ้วยรางวัลที่อยู่ในหนังมันใช่ถ้วยของเรื่องนี้มั้ย แต่น่าจะเป็นสี่ในหลายๆถ้วยที่เค้าได้นั่นแหละค่ะ :)
 
 
เรื่องนี้ก็ขยันยิงปุ้งปั้งกันทั้งเรื่องค่ะ แต่เพราะมันมีเรื่องตายๆเยอะ เท่าที่หมวกนับก็น่าจะซัก 4 ศพที่เรื่องมันเมนชั่นนะคะ หมวกเลยว่ามันไม่น่าใช่หนังเด็กซักเท่าไหร่ค่ะ แต่ความจริง ...เด็กอาจจะไม่คิดมากก็ได้นะ ...
 
 
ใครที่ดูบท ดูซูม ดูออนไลน์แล้วชอบก็....อย่าลืมอุดหนุนแผ่นลิขสิทธิ์เค้าหน่อยนะคะ อุตส่าห์ทำหนังดีๆอาร์ตๆมาให้เราได้ชมได้มีความสุขกันแล้ว ก็สนับสนุนของดีหน่อยค่ะ ^ ^
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หมวกบ้า :D
 
 ปล. เอนทรี่ย์นี้ ขอไถ่โทษที่ทำตัวชักช้าด้วยการหาภาพประกอบมาเยอะๆค่ะ  ให้อภัยหมวกนะคะ ; _ ; *สูดน้ำมูก แล้วช้อนตามองอย่างคาดหวัง...*